
4 ซีรีส์ นาฬิกา G-SHOCK ที่คุณต้องรู้จัก | Watch Talk EP.55 - Auction House
ในวันนี้คุณมายด์และ Auction House จะพาทุกคนมาทำความรู้จักซีรีส์นาฬิกา G-SHOCK ที่น่าสนใจ

1. G-SHOCK 5000 และ 5600 Series

เป็นซีรีส์ดั้งเดิมของนาฬิกา G-SHOCK ซึ่ง Kikuo Ibe วิศวกรของ CASIO เป็นผู้ออกแบบตัวเรือนของนาฬิกา โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากการที่เขาได้ทำนาฬิกาที่พ่อซื้อให้หล่นตกพื้นจนได้รับความเสียหาย ทำให้อิเบะคิดค้นและผลิตนาฬิกาที่ทนต่อทุกสภาพการใช้งาน จึงทำให้เกิดโปรเจกต์ "Team Tough" ที่จะต้องพัฒนานาฬิกาให้มีความแข็งแกร่งทนทาน ตกแล้วไม่แตก โดยใช้เวลาในการพัฒนาถึง 2 ปีเพื่อจะสร้างสรรค์นาฬิการุ่นแรกขึ้นมา จนในที่สุดก็ได้คิดค้นการออกแบบที่เรียกว่า "Hollow case structure" โดยเคสเป็นแบบกรวงด้านในและตัวนาฬิกาก็ลอยอยู่ข้างใน ซึ่งนาฬิกานี้มีชื่อว่า G-SHOCK มาจากคำว่า Gravity shock protection ถือกำเนิดขึ้นในปี ค.ศ. 1983 โดดเด่นด้วยตัวเรือนรูปทรงแปดเหลี่ยมและมีกันกระแทกรอบด้าน รวมไปถึงสายนาฬิกาที่เมื่อนาฬิกาตกลงพื้น สายนาฬิกาก็ยังโค้งงอรับกับพื้น ป้องกันไม่ให้ด้านหลังตัวเรือนแตกได้อย่างแน่นอน และในปี ค.ศ. 2017 G-SHOCK (DW5600E-1) ก็ได้รับการทดสอบโดยใช้รถบรรทุกหนัก 24.97ตันทับ ปรากฎว่านาฬิกายังใช้งานได้เป็นอย่างดี จึงถูกบันทึกลง Guinness World Records ว่าเป็นนาฬิกาที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก และเป็นนาฬิกาเพียงเรือนเดียวที่ผ่านการทดสอบนี้ได้ นาฬิกาเรือนแรกที่อยู่ในคอลเลกชันนี้ คือ DW-5000C ที่เปิดตัวในปี ค.ศ. 1983 ตัวเรือนทำจากวัสดุ Urethane Resin โดยในปี ค.ศ. 2023 นี้ ทางแบรนด์ได้มีการอัปเกรดให้มีฟังก์ชันวัดการเต้นของหัวใจ และมีสีสันให้เลือกอย่างหลากหลาย รวมถึงพัฒนาวัสดุใหม่อย่างโลหะที่สามารถกันกระแทกได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น สเตนเลสสตีล, ทอง, หรือ ไทเทเนียม
2. G-SHOCK 6900 Series

DW-6900 มีโครงสร้างตัวเรือนกลวงในตัวเรือนทรงกลมซึ่งแตกต่างจากดีไซน์ทรงสี่เหลี่ยมของรุ่นก่อนหน้า โดยนาฬิการุ่นนี้จะผสมผสานระหว่างรุ่น DW5900 และ DW6600 เข้าไว้ด้วยกัน และยังคงความเป็นเอกลักษณ์ได้เป็นอย่างดี มีหน้าปัดย่อยสามหน้าปัด (Triple Graph) ที่ทำหน้าที่จับเวลาแบบดิจิทัล และมีหน้าปัดที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ โดยหน้าปัดบนจอ LCD สามารถออกแบบสีเองได้ นอกจากนี้ยังมีปุ่มด้านหน้าที่สามารถกดเพื่อดูเวลาในที่มืดได้ ซึ่งเอกลักษณ์เหล่านี้ทำให้ถือกำเนิดนาฬิกาอีกหลากหลายรุ่นขึ้นมา เช่น รุ่น 6900
3. G-SHOCK 2100 Series

ซีรีส์ 2100 เปิดตัวในปี 2019 โดยนาฬิการุ่นนี้ผสานระหว่างรุ่น AW-500 ที่เป็นนาฬิกาแอนะล็อกบอกเวลาด้วยเข็มผสานเข้ากับรุ่น DW-5000 ที่มีเข็มบอกเวลาและมีหน้าจอแบบดิจิทัล มาพร้อมขอบหน้าปัดแปดเหลี่ยม โดดเด่นด้วยหน้าปัดแบบแอนะล็อกและหน้าจอแบบดิจิทัลอยู่ในเรือนเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีความบางและเบาด้วยเทคโนโลยี Carbon Core Guard Structure และถือว่าเป็นหนึ่งในซีรีส์ที่บางที่สุดของ G-SHOCK อีกทั้งยังมีความสะอาดตามากกว่ารุ่นอื่น ๆ เป็นการผสมผสานระหว่างดีไซน์ทันสมัยและความทนทานตามแบบฉบับของ G-SHOCK ทำให้เป็นที่ชื่นชอบของทั้งผู้ที่ชื่นชอบนาฬิกาและผู้สวมใส่ทั่วไป
4. G-SHOCK MASTER OF G Series

ซีรีส์ Master of G ถือเป็นรุ่นที่มีความทนทานและล้ำหน้าทางเทคโนโลยีมากที่สุดในกลุ่มซีรีส์ของ G-SHOCK ซึ่งถูกออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับมืออาชีพที่ทำงานในสภาพแวดล้อมที่รุนแรง ไม่ว่าจะบนบก ในน้ำ หรือในอากาศ โดยซีรีส์นี้ขึ้นชื่อในด้านการผสานเทคโนโลยีเซ็นเซอร์ขั้นสูงและโครงสร้างที่แข็งแรง เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ที่ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้ง เจ้าหน้าที่ทหาร และนักผจญภัย ยกตัวอย่างรุ่นที่โดดเด่น เช่น รุ่น Mudmaster ที่มีความสามารถในการกันโคลนได้, รุ่น Rangeman ที่มีฟังก์ชันหลากหลาย, รุ่น Frogman ที่สามารถกันน้ำลึกได้เป็นอย่างดี และ Gravitymaster ที่มีฟังก์ชันพิเศษเพื่อการบิน
ตรวจสอบ ราคานาฬิกา Rolex มือสองได้ที่นี่
ตรวจสอบ ราคานาฬิกา Patek Philippe มือสอง ได้ที่นี่
ตรวจสอบ ราคานาฬิกา Audemars Piguet (AP) มือสอง ได้ที่นี่
Auction House เว็บไซต์ ซื้อ - ขาย นาฬิกามือสอง ของแท้ ตรวจสอบราคา Rolex, Patek philippe, Audemars Piguet (AP), Omega, Panerai, IWC, Hublot, Cartier, Franck muller ได้ที่นี่




