
อัปเดตอุตสาหกรรมนาฬิกา และราคานาฬิกาประจำปี 2026 | Watch Talk EP. 71 - Auction House
อัปเดตอุตสาหกรรมนาฬิกา และราคานาฬิกาประจำปี 2026

ในปี 2025 อุตสาหกรรมนาฬิกาสวิสกำลังเผชิญภาพที่ดูย้อนแย้งอย่างน่าสนใจ เมื่อ Rolex ลดกำลังการผลิตต่อเนื่องเป็นปีที่สอง ขณะที่ยอดส่งออกนาฬิกาสวิสปรับตัวลดลง และราคาทองคำกลับพุ่งขึ้นเกือบ 70% ภายในระยะเวลาเพียงปีเดียว ภาพรวมเช่นนี้ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่า ตลาดนาฬิกาหรูเริ่มเข้าสู่ภาวะถดถอยแล้วหรือไม่ หรือแท้จริงแล้วแบรนด์ชั้นนำกำลังปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่เพื่อควบคุมทิศทางตลาดในระยะยาว
ตัวเลขการส่งออกสะท้อนถึงแรงกดดันอย่างชัดเจน มูลค่าการส่งออกในปี 2025 อยู่ที่ประมาณ 25,552 ล้านฟรังก์สวิส ลดลงจากปีก่อนหน้า และลดลงจากจุดสูงสุดในปี 2023 ขณะที่ปริมาณการส่งออกลดลงเหลือเพียง 14.6 ล้านเรือน โดยเฉพาะกลุ่มราคาสูงกว่า 3,000 ฟรังก์ที่หายไปกว่า 220,000 เรือนในช่วงสองปีที่ผ่านมา ภาวะนี้สะท้อนการหดตัวของดีมานด์ในวงกว้าง และแสดงให้เห็นว่าตลาดกำลังเข้าสู่ช่วงปรับฐานหลังจากการเติบโตอย่างร้อนแรงในช่วงก่อนหน้า

อย่างไรก็ตาม การหดตัวไม่ได้เกิดขึ้นอย่างเท่าเทียมกันทั่วทั้งอุตสาหกรรม สิ่งที่เด่นชัดคือปรากฏการณ์ "การกระจุกตัว" ของอำนาจตลาด โดยสี่แบรนด์ยักษ์ใหญ่ ได้แก่ Rolex, Cartier, Audemars Piguet และ Patek Philippe ครองสัดส่วนมากกว่า 55% ของมูลค่าตลาดรวม เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าอย่างมีนัยสำคัญ ภาพนี้สะท้อนว่าตลาดไม่ได้ล่มสลาย แต่กำลังถูกคัดกรองให้เหลือผู้เล่นที่แข็งแกร่งจริง ๆ เท่านั้น ขณะเดียวกันแบรนด์อย่าง Omega ซึ่งเคยเป็นคู่แข่งสำคัญของ Rolex กลับถูกเบียดลงไปอยู่อันดับรองลงมา แสดงถึงการแข่งขันที่เข้มข้นและความแตกต่างด้านพลังการตั้งราคา

แม้ยอดขายเชิงปริมาณจะลดลง แต่ราคาเฉลี่ยต่อเรือนกลับเพิ่มขึ้น ตัวอย่างเช่น Rolex แม้จำนวนเรือนที่จำหน่ายลดลงสองปีติดต่อกัน แต่ยังสามารถทำยอดขายรวมสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ Patek Philippe ผลิตนาฬิกาประมาณ 72,000 เรือนต่อปี แต่สามารถสร้างยอดขายทะลุระดับสูงสุดใหม่ กลยุทธ์การจำกัดการผลิต ควบคุมซัปพลาย และปรับราคาขึ้น จึงพิสูจน์แล้วว่าสามารถรักษาภาพลักษณ์ความหายากและมูลค่าในระยะยาวได้

นอกจากแบรนด์หลักแล้ว กลุ่ม Ultra High-End และผู้ผลิตอิสระยังคงแข็งแกร่ง แบรนด์อย่าง Richard Mille, F.P. Journe และ MB&F ยังคงได้รับความนิยมในหมู่นักสะสมระดับบน แสดงให้เห็นว่าลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงยังคงมองหางานศิลป์เชิงกลไกที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ขณะเดียวกันตลาดนาฬิกาผู้หญิงก็เติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะจาก Cartier และ Van Cleef & Arpels ซึ่งอาจกลายเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของอุตสาหกรรมในปี 2026
ปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่ง คือ ราคาทองคำที่ปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรง ส่งผลต่อต้นทุนการผลิตนาฬิกาทองคำโดยตรง แม้ต้นทุนจะเพิ่มขึ้น แต่หลายแบรนด์เลือกปรับราคาขายปลีกเพียง 4-6% เท่านั้นแสดงให้เห็นถึงการบริหารสมดุลระหว่างต้นทุน ความต้องการของตลาด และภาพลักษณ์แบรนด์ ไม่ใช่การผลักภาระทั้งหมดไปยังผู้บริโภค

ในตลาดมือสอง ภาพรวมเริ่มเห็นเสถียรภาพมากขึ้น รุ่นที่เลิกผลิตแล้วของ Patek Philippe เช่น 5711 และ 5712 ยังคงรักษามูลค่าได้ดี และเริ่มปรับตัวขึ้นประมาณ 10 % ในปีล่าสุด สะท้อนว่าตลาดกำลังเข้าสูงจุดสมดุลใหม่ ฝั่งของ Rolex ไม่ว่าจะเป็น Submariner, Daytona, หรือ GMT-Master II ราคามือสองแม้จะลดลงจากจุดสูงสุดในช่วงกระแสร้อนแรง แต่เริ่มทรงตัวและบางรุ่นขยันขึ้นเพียงเล็กน้อย โดยช่องว่างระหว่างราคาผลีกกับราคาตลาดยังคงอยู่ในระดับสูงสำหรับรุ่นยอดนิยม ในขณะที่ Audemars Piguet Royal Oak ก็เริ่มฟื้นตัวหลังผ่านช่วงปรับฐานแรงในปีก่อนหน้า

โดยสรุปในปี 2024-2025 ที่ผ่านมา ตลาดนาฬิกาเริ่มเงียบลง แต่ไม่ใช่ปีแห่งการล่มสลายของอุตสาหกรรมนาฬิกาสวิส แต่เป็นปีแห่งการปรับโครงสร้าง ตลาดกำลังเคลื่อนจากยุคของการเก็งกำไร เข้าสู่ยุคหายาก และคุณค่าเชิงแบรนด์ โดยแบรนด์นาฬิกาที่สามารถตั้งราคาสูง ควบคุมการผลิตได้ และรักษาภาพลักษณ์ระดับสูง จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้น ส่วนแบรนด์ที่อ่อนแออาจถูกทิ้งไว้ข้างหลัง สำหรับนักลงทุนและนักสะสมนาฬิกา นี่อาจจะไม่ใช่ช่วงเวลาแห่งผลตอบแทนที่หวือหวา แต่เป็นช่วงเวลาสำคัญของการคัดเลือกอย่างรอบคอบ เพราะตลาดใหม่กำลังกำหนดนิยามใหม่ของ "คุณค่า" ในโลกแห่งเรือนเวลาอย่างแท้จริง
ตรวจสอบ ราคานาฬิกา Rolex มือสองได้ที่นี่
ตรวจสอบ ราคานาฬิกา Patek Philippe มือสอง ได้ที่นี่
ตรวจสอบ ราคานาฬิกา Audemars Piguet (AP) มือสอง ได้ที่นี่
Auction House เว็บไซต์ ซื้อ - ขาย นาฬิกามือสอง ของแท้ ตรวจสอบราคา Rolex, Patek philippe, Audemars Piguet (AP), Omega, Panerai, IWC, Hublot, Cartier, Franck muller ได้ที่นี่





